วิถีชีวิตที่ปรากฏในการแต่งกายหญิงไท-ยวนลับแลโบราณจากวรรณกรรมมุขปาฐะ จังหวัดอุตรดิตถ์

Dressing of Ancient Lap Lae Thai - Yuan Women from Oral Literature Uttaradit Province

  • สุภัคกาญจน์ จิวาลักษณ์
  • หนึ่งฤทัย ดวงดัน
  • ไสยเพ็ญ เฉิดเจิม
  • ไพจิตต์ สายจันทร์
  • จารุวรรณ กังวาน
Keywords: วิธีคิด โลกทัศน์ ความเชื่อ ผ้าทอลับแลวิถีชีวิตการแต่งกาย หญิงลับแลโบราณ

Abstract

การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาโลกทัศน์ในการแต่งกายของหญิงไท-ยวนลับแลโบราณ จังหวัดอุตรดิตถ์ จากวรรณกรรมมุขปาฐะ งานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ประชากรในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 4 ตำบล ซึ่งรูปแบบการแต่งกายของหญิงไท-ยวนลับแลโบราณ จังหวัดอุตรดิตถ์นั้น แบ่งออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคแรกได้แก่ ช่วงอยุธยาตอนปลาย ยุคกลาง ได้แก่ ช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยุคหลัง ได้แก่ ช่วงรัตนโกสินทร์ตอนปลาย ผลการศึกษา พบว่า

ทรงผม ปรากฏว่าทั้ง 3 ยุค หญิงลับแลโบราณนิยมทำทรงผม 3 ทรง ได้แก่ การเกล้าผมทรงเมาะง่อน การเกล้าผมทรงหลักงัว อาจชักมวยหรือไม่ชักมวยก็ได้ และการเกล้าผมทรงชักหงีบ โดยปรากฏโลกทัศน์ความเชื่อจากเครื่องประดับผม คือการนำดอกไม้หรือปิ่นปักผมเพื่อเป็นการบูชาเทวดาที่รักษาตน

เครื่องประดับ ทั้ง 3 ยุค ปรากฏเครื่องประดับ ได้แก่ ปิ่นปักผม ดอกไม้ประดับผม ตุ้มหู สร้อยคอ กำไลข้อมือ และเข็มขัด โดยปรากฏโลกทัศน์ความเชื่อที่ปรากฏมาจากการเลือกปิ่นปักผมหรือดอกไม้ประดับผมนั้นให้งดงามเพื่อบูชาเทวดาที่รักษาตนบนมวยผม

ผ้าหรือเสื้อบังทรง ปรากฏ3 ลักษณะ ได้แก่ ยุคแรกและยุคกลางพบการใช้ผ้าฝ้ายทอมือสีขาวหรือดำ ในการคาดอก ส่วนยุคหลังพบการใช้เสื้อห้อยบ่า และเสื้อก๊อต เสื้อกิ้มหรือเสื้อ 3 ตะเข็บ โดยหญิงลับแลโบราณนั้นจะนุ่งเสื้อบังทรงนี้เวลาอยู่บ้านหรือไปนอกบ้าน ยกเว้นงานบุญ 

ผ้าทับชั้นนอกหรือเสื้อ ปรากฏ 3 ลักษณะ ยุคแรกและยุคกลางพบการใช้สไบแพรห่มทับผ้าคาดอก ยุคหลังใช้ผ้าดำพาดโดยปล่อยชายไปข้างหลังชายหนึ่ง และลงมาข้างหน้าชายหนึ่งทับเสื้อห้อยบ่าหรือเสื้อก๊อต โดย 2 ลักษณะนี้จะสวมใส่ไปในงานบุญต่างๆ เสื้อเก๋ง ที่สวมใส่ไปทำงาน ทำไร่ทำนา และเสื้อสิ้วที่ผู้สวมใส่จะเป็นช่างซอเท่านั้น

ผ้าซิ่น แบ่งเป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคแรก ได้แก่ ซิ่นดอกเคี้ยะ ซิ่นกาฝากแดง ซิ่นกาฝากเขียว ยุคกลางได้แก่ ซิ่นมุก ซิ่นไก และซิ่นสิ้วและยุคที่ 3 ตัวซิ่นยังคงเป็นซิ่นมุก ซิ่นไก และซิ่นสิ้ว

สำหรับผ้าที่ใช้สอยชนิดอื่นๆ ปรากฏผ้าห่มหัวเก็บ ผ้ากราบพระหรือผ้าเช็ดหน้า ผ้าพาด กระเป๋าย่าม และหมอน โดยจากลายผ้าซิ่นและผ้าใช้สอยมาจาก 3 ลักษณะ ได้แก่ พืช สัตว์ และธรรมะ โดยปรากฏโลกทัศน์เกี่ยวกับลวดลายที่นำมาทอ เช่น ลวดลายนาค งูเปา และนกคุ้ม เชื่อว่าจะคุ้มครองผู้สวมใส่  ลวดลายบัวคว่ำบัวหงาย เชื่อว่าจะเตือนสติให้ดำรงตนในความดีเพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต เป็นต้น

References

เครือมาศ วุฒิการณ์. (2537). ชีวิตศรัทธาและผืนผ้า : การสืบทอดความรู้เรื่องผ้าทออำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. (ม.ป.ท.). เอกสารอัดสำเนา.

ชนิดา ตั้งถาวรสิริกุล. (2541). สื่อสัญลักษณ์ผ้าลาวเวียงจันท์. โครงการหนังสือชุดประเทศเพื่อนบ้านของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.). โครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิ.

พรรณี วงศ์จำปาศรี. (2536). ศึกษาเรื่องการแต่งกายของชาวผู้ไทยบ้านกุดหว้า ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. (ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุภัคกาญจน์ จิวาลักษณ์. (2560ก). การแต่งกายยุคแรก. [บันทึกภาพ]. อุตรดิตถ์: ลับแล.

สุภัคกาญจน์ จิวาลักษณ์. (2560ข). การแต่งกายยุคหลัง. [บันทึกภาพ]. อุตรดิตถ์: ลับแล.

สุภัคกาญจน์ จิวาลักษณ์. (2560 ค). การแต่งกายของหญิงช่างซอ. [บันทึกภาพ]. อุตรดิตถ์: ลับแล.

สุวิมล เวชวิโรจน์. (2552). สื่อสารอัตลักษณ์กับการแต่งกายของชาวไทยโช่ง อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. (วิทยานิพนธ์วารสารมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.

อติชาติ สมบัติ. (2557). วัฒนธรรมการแต่งกายย่าหยาและรองเท้าปักของสตรี อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต. (คหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร). กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.

NGUTEN THI THUY CHUY. (2549). วัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทดำในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามกรณีศึกษาหมู่บ้านป๊าย ตำบลเจี่ยงลี่ อำเภอถ่วนเจิว จังหวัดเซินลา. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหา บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.

Published
2019-06-26