กลองยืน-กลองหลอนบทเพลงมังคละดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือตอนล่าง

Klong Yuen, KlongLorn, and Mangkala songs, the folk music of lower northern region of Thailand

  • ศุภชัย ธีระกุล คณะมนุษยศาสตร์
Keywords: บทเพลงมังคละ, ปราชญ์ดนตรีมังคละ, ภาคเหนือตอนล่าง, กลองยืน, กลองหลอน

Abstract

          บทความเรื่อง กลองยืน-กลองหลอนบทเพลงมังคละดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือตอนล่างเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง การสืบทอดมังคละในสถาบันอุดมศึกษาตามวิถีปราชญ์ชาวบ้านในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอ เรื่องกลองยืนและกลองหลอนและบทเพลงดนตรีมังคละในภาคเหนือตอนล่าง โดยใช้ระเบียบวิจัยทางมานุษยวิทยาการดนตรี ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากปราชญ์มังคละจาก 3 จังหวัดได้แก่จังหวัดพิษณุโลกคณะมังคละลุงเต้า สุโขทัยคณะมังคละ ศ.ราชพฤกษ์ และอุตรดิตถ์ คณะมังคละกองโค โดยใช้การสอบถามและลงพื้นที่เก็บข้อมูล ผลการศึกษาเปรียบเทียบ กลองยืน-หลอน ในเสียงที่ใช้ในการบรรเลง บทเพลง และกระส่วนของบทเพลงที่มีชื่อเหมือนกัน มีความแตกต่างกันเป็นส่วนมากพบเพียงบางจุดในการเปรียบเทียบที่มีความเหมือนกันของเสียงกลองยืนที่ใช้ในการบรรเลงที่มีเสียงที่ใช้เรียกเหมือนกันในเสียงกลองยืนหน้าใหญ่คณะศ.ราชพฤกษ์กับคณะลุงเต้า ในเสียง เท่งป๊ะ จ๊ะ และกลองยืนหน้าเล็กคณะศ.ราชพฤกษ์กับคณะกองโคในเสียง เสียง โจ๊ะส่วนในกลองหลอนของทั้ง 3 คณะและมีเสียงที่ใช้ในการบรรเลงเหมือนกันในคณะลุงเต้ากับคณะศ.ราชพฤกษ์ในกลองหลอนหน้าใหญ่มีเสียงที่ใช้ในการบรรเลง ในเสียง ติง หนืด ในกลองหลอนหน้าเล็กมีเสียงใช้ในการบรรเลงในคณะลุงเต้ากับคณะศ.ราชพฤกษ์ในเสียง จ๊ะ และคณะศ.ราชพฤกษ์กับคณะกองโคที่ใช้ในการบรรเลงในกลองหลอนหน้าเล็กมีเสียง โจ๊ะในส่วนการเปรียบเทียบบทเพลงทั้ง 3 คณะพบว่ามีความแตกต่างกันในจำนวนบทเพลงที่ใช้ในการบรรเลงคณะลุงเต้ามี 19 บทเพลง คณะศ.ราชพฤกษ์ 13 บทเพลง คณะกองโค 6 บทเพลง และมีบทเพลงที่มีชื่อเรียกเหมือนกันในบทเพลง ไม้หนึ่ง ไม้สอง ไม้สาม ไม้สี่  ทั้ง 3 คณะ และคณะศ.ราชพฤกษ์กับคณะกองโคบทเพลงที่มีชื่อเรียกเหมือนกันในบทเพลง ไม้ห้า และไม้หก  และคณะศ.ราชพฤกษ์กับคณะลุงเต้าบทเพลงที่มีชื่อเรียกเหมือนกันในบทเพลง เพลงคางคกเข็ดเขี้ยว เพลงคุดทะราดเหยียดกรวด  ในการเปรียบเทียบกระส่วนในบทเพลงที่มีชื่อเรียกเหมือนกันพบว่า ไม้สี่ในกลองยืน คณะลุงเต้ากับคณะกองโคและกลองหลอนคณะลุงเต้ากับ ศ.ราชพฤกษ์มีความเหมือนกันส่วนบทเพลงอื่นนั้นมีกระส่วนแตกต่างทั้งกลองยืนและกลองหลอน      

Abstract

The paper named “Klong Yuen, KlongLorn, and Mangkala songs, the folk music of lower northern region of Thailand” is a part of the research named “The transmission of Mangkala in higher education by the way of scholar in Lower Northen Thailand”. Aimed at presenting Klong Yuen, KlongLorn, and Mangkala songs of lower northern region of Thailand, this is the qualitative research using the ethnomusicological research methodology. The gurus in 3 provinces of the lower northern Thailand: Lung Tao band from Phitsanulok, SorRajapruak band from Sukhothai, and Kong Ko band from Uttaradit were purposely selected as the sample group. The data were collected through interviewing and fieldwork study and then the findings revealed that: Comparatively, Drum sounds and rhythmic patterns of Klong Yuen and KlongLorn drums in the same-name songs of 3 bands are mostly different. Toward Klong Yuen, the 2-sides main rhythmic pattern drum, SorRajapruak band and Lung Tao band have the same sounds called Teng, Pa, and Ja in the bigger side whereas SorRajapruak band and Kong Ko band have Jo sound in the smaller side. Focusing on KlongLorn, the 2-sides specific rhythmic pattern drum, Lung Tao band and SorRajapruak band have the same sounds called Ting and Nued on the bigger side while the same Ja sound is on the smaller side. SorRajapruak band and Kong Ko band both have the same Jo sound on the smaller side. Moreover, all 3 bands are different in number of the songs: 19 songs of Lung Tao band, 13 songs of SorRajapruak band, and 6 songs of Kong Ko band. These 3 bands also have some song names in common which are Mai Nueng, Mai Song, Mai Sam, and Mai See. SorRajapruak band and Kong Ko band both have the same song names as Mai Ha and Mai Hok while SorRajapruak band and Lung Tao band both have Kang Kok Ked Keaw and Kut Ta RaTYeapKruad. Lastly, a song of Lung Tao band and Kong Ko band that has the same name and rhythmic pattern in Klong Yuen is Mai See while the other songs are totally different both in Klong Yuen and KlongLorn.

References

ขำคม พรประสิทธิ์ (2549). วัฒนธรรมการบรรเลงดนตรีไทยภาคเหนือ.กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์.
คมกริช การินทร์.(2555). มังคละ : ดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือตอนล่าง. พิษณุโลก: ในนเรศวรวิจัยครั้งที่ 8. หน้า 1085.
ทิพย์สุดา นัยทรัพย์ และคณะ. (2539). ดนตรีมังคละดนตรีพื้นบ้านจังหวัดพิษณุโลก. พิษณุโลก: สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม.
ธิติศิริ คำพาลักษณ์และคณะ (2553). วงดนตรีมังคละ:กรณีศึกษาหน้าทับกลองสองหน้า คณะศ.ราชพฤกษ์ จังหวัดสุโขทัย และคณะทองอยู่ จังหวัดพิษณุโลก. สุโขทัย:ศิลปนิพนธ์ศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาดุริยางคศิลป์ศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป.
สันติ ศิริคชพันธ์.(2540).วงมังคละในจังหวัดพิษณุโลก.กรุงเทพฯ:วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวัฒนธรรมศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล.
สธน โรจนตะกูล.(2543). การประยุกต์ดนตรีพื้นบ้านมังคละเป็นดนตรีสากล. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม.
สธน โรจนตระกูล. (2552).การสังเคราะห์หน้าทับเพลงจากวงมังคละเป็นโน้ตสากล.พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม.
สธน โรจนตระกูล. (2553).การสังเคราะห์ทำนองเพลงจากวงดนตรีมังคละเป็นทำนองหลัก.พิษณุโลก:มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม.
สธน โรจนตระกูล. (2555).เรื่องดนตรีร่วมสมัย: การพัฒนาทำนองเพลงจากวงมังคละเป็นวงดุริยางค์.พิษณุโลก:มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม.
Published
2019-06-26