จริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics)

2019-08-17

จริยธรรมการตีพิมพ์ (Publication Ethics) วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

68381581_2680169752017916_77977319158170วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์เป็นวารสารวิชาการที่ส่งเสริมสนับสนุนการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิชาการ เพื่อใช้เป็นแหล่งตีพิมพ์วารสารวิชาการในการเผยแพร่สู่สาธารณชนในรูปแบบเกี่ยวกับ บทความวิชาการ บทความวิจัย บทวิจารณ์ และบทความปริทัศน์ทางวิชาการ โดยมีขอบข่ายเนื้อหาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์รวมทั้งสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งองค์ความรู้ทางวิชาการนี้จะนำสู่การพัฒนาบุคคล องค์กรและสังคมท้องถิ่น

ดังนั้นเพื่อให้วารสารมีคุณภาพมาตรฐานทางวิชาการตามหลักสากลและสอดคล้องกับจริยธรรมทางวิชาการ กองบรรณาธิการวารสารวิชาการจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์แนวทางวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิชาการลงในวารสารวิชาการนี้ (Publication Ethics) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวน 3 กลุ่ม คือ ผู้นิพนธ์บทความ (Author) บรรณาธิการวารสาร (Editor) และผู้ประเมินบทความ (Reviewer) โดยรายละเอียดหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติจริยธรรมทางวิชาการ มีดังนี้

บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties of Authors)

  1. ผู้นิพนธ์ต้องศึกษารูปแบบหลักเกณฑ์การเขียนบทความวิชาการ วิจัย ให้ถูกต้องตามรูปแบบหลักเกณฑ์ที่วารสารวิชาการได้กำหนดอธิบายไว้ ใน “คำแนะนำของวารสาร” ให้เข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักเกณฑ์ให้ถูกต้อง
  2. ผู้นิพนธ์บทความวิชาการ วิจัย ต้องรับรองว่าบทความวิชาการที่ส่งมานั้นเป็นบทความใหม่และจะต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำซ้อนกับแหล่งตีพิมพ์ที่ใดๆมาก่อน อีกทั้งไม่บิดเบือนข้อมูลหรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จภายในเนื้อหาบทความวิชาการ
  3. ผู้นิพนธ์นำผลงานวิชาการผู้อื่นมาสังเคราะห์ร่วมกับงานของตนเอง ผู้นิพนธ์ต้องมีการอ้างอิงผลงานของผู้อื่นทุกๆครั้ง หรือถ้ามีการคัดลอกผลงานมากต้องได้รับการยินยอมอนุญาตจากเจ้าของผลงาน และต้องระบุการอ้างอิงแทรกในเนื้อหาพร้อมรายการอ้างอิงท้ายบทความตามรูปแบบหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในคำแนะนำของวารสาร
  4. ผู้นิพนธ์ที่มีชื่อปรากฏในบทความวิชาการ บทความวิจัย บทวิจารณ์ และบทความปริทัศน์ทางวิชาการ ผู้นิพนธ์ต้องมีส่วนในการดำเนินการจริง
  5. กรณีผู้นิพนธ์ได้รับทุนในการดำเนินการต้องระบุแหล่งทุนที่สนับสนุนในการทำวิจัยนี้ และอาจต้องระบุสัดส่วนการดำเนินการซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้ร่วมดำเนินการด้วยกัน (กรณีถ้ามีผลประโยชน์ร่วมกัน)

 

บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการ (Duties of Editors)

  1. บรรณาธิการวารสารมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพิจารณา ตรวจสอบ คุณภาพของบทความวิชาการ บทความวิจัย บทวิจารณ์ และบทความปริทัศน์ทางวิชาการ ก่อนนำบทความตีพิมพ์เผยแพร่ลงในวารสารวิชาการ ซึ่งต้องมีกระบวนการพิจารณาคัดเลือกบทความวิชาการที่มีคุณภาพทางวิชาการและมาตรฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของวารสารเป็นสำคัญโดยบทความวิชาการต้องผ่านกระบวนการประเมินบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตามที่กำหนดไว้
  2. บรรณาธิการต้องพิจารณา ตรวจสอบ บทความวิชาการกับผู้นิพนธ์ก่อนตีพิมพ์เผยแพร่ทุกครั้ง โดยให้ผู้นิพนธ์ต้องรับรองบทความวิชาการนั้นไม่เคยถูกนำไปตีพิมพ์เผยแพร่จากแหล่งที่อื่นมาก่อน
  3. บรรณาธิการควรไม่ปฏิเสธการตีพิมพ์บทความวิชาการก่อนกรณีมีข้อสงสัย ดังนั้นบรรณาธิการจะต้องพิจารณา ตรวจสอบประเด็นข้อสงสัยนั้นๆ เพื่อหาข้อมูลหลักฐานมาประกอบการพิจารณาโดยประสานกับผู้นิพนธ์เพื่อขอคำชี้แจงให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องก่อนนำสู่การพิจาณา การตอบรับ หรือการปฏิเสธ
  4. บรรณาธิการต้องไม่มีผลประโยชน์ ส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์ และผู้ประเมินบทความในการตีพิมพ์ลงวารสารบทความ
  5. บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์ และผู้ประเมินบทความให้บุคคลอื่นทราบในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ

 

บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)

  1. ผู้ประเมินบทความ ต้องพิจารณาประเมินบทความให้ตรงกับความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในศาสตร์สาขาวิชาของตนเองหรือมีประสบการณ์โดยตรงและเป็นที่ยอมรับในการตรวจบทความวิชาการ
  2. ผู้ประเมินบทความ ต้องพิจารณาวิเคราะห์กลั่นกรองข้อมูล เนื้อหา ความสอดคล้อง และความเข้มข้นของผลงาน อีกทั้งค้นหาองค์ความรู้ใหม่จากบทความอันนำสู่คุณภาพของบทความวิชาการที่เกิดประโยชน์แก่สังคม
  3. ผู้ประเมินต้องไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้นิพนธ์ เช่น ที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือเป็นผู้ร่วมโครงการ หากมีต้องแจ้งให้บรรณาธิการวารสารทราบและปฏิเสธการประเมินบทความดังกล่าว
  4. ผู้ประเมินต้องกลั่นกรองใช้หลักการ ทฤษฎี ข้อมูลจริง มีเหตุและผลการอ้างอิง เพื่อเสนอแนะหรือให้แก้ไขนำสู่การประกอบการประเมิน ซึ่งไม่ควรใช้ความคิดเห็นส่วนตัวมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินบทความวิชาการต่างๆ
  5. กรณีผู้ประเมินพบเนื้อหาบทความมีส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่มีความซ้ำซ้อนหรือเหมือนกับผลงานของบุคคลอื่น ผู้ประเมินต้องแจ้งให้ผู้นิพนธ์ทราบและรายงานให้บรรณาธิการทราบอีกครั้ง
  6. ผู้ประเมินบทความต้องรักษาความลับและไม่เปิดเผยข้อมูลของบทความให้บุคคลอื่นๆทราบ ในช่วงระยะเวลาของการประเมินบทความ