ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีในเขตภาคเหนือ

  • สุธีรา ทิพย์วิวัฒน์พจนา
Keywords: พระราชบัญญัติการบัญชี, ความสำเร็จในการปฏิบัติงาน, ผู้ทำบัญชี

Abstract

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของแบบจำลองสมการโครงสร้างความสำเร็จในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ในการศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีและขนาดของอิทธิพลทางตรงและอิทธิพลทางอ้อมต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชี ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ผู้ทำบัญชีในเขตภาคเหนือ เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้เกณฑ์ 20 หน่วยต่อหนึ่งตัวแปรสังเกตได้ (observed variable) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 320 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง

         ผลการศึกษา พบว่า แบบจำลองสมการโครงสร้างที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยค่าสถิติ X2=76.493, df=68, p=0.225, X2/df=1.125, RMSEA=0.020, GFI=0.971, และ CFI=0.996 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ความสำเร็จในการปฏิบัติงานเท่ากับ 0.89 (R2 = 0.89) แสดงว่า ตัวแปรปัจจัยที่นำมาศึกษาในแบบจำลอง ได้แก่ ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก และการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความสำเร็จในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีในเขตภาคเหนือได้ร้อยละ 89 โดยมีอิทธิพลระหว่างตัวแปรสรุปได้ดังนี้

  1. ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล เท่ากับ 0.31 และ 0.46 ตามลำดับ
  2. ปัจจัยภายนอกมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงาน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล เท่ากับ 0.65
  3. การปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 มีอิทธิผลทางตรงเชิงบวกต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงาน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล เท่ากับ 0.38
  4. ตัวแปรปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกมีอิทธิผลทางอ้อมเชิงบวกต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานผ่านการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล เท่ากับ 0.12 และ 0.17 ตามลำดับ

References

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2543). พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561,จาก https://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=1078.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2560). บัญชีและธรรมาภิบาลธุรกิจ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561,จาก https://www.dbd.go.th/download/account_file/account_respone_600117.pdf.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2561). ระบบจัดเก็บข้อมูลผู้ทำบัญชี. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561,จาก https://eaccountant.dbd.go.th/e-accountant/.
ดวงเดือน พันธุมนาวิน. (2544). ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม : การวิจัยและการพัฒนาบุคคล. กรุงเทพฯ: สํานักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.. (2554). คู่มือ: การพัฒนาและส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมข้าราชการพลเรือนสำหรับคณะกรรมการจริยธรรม. ศูนย์ส่งเสริมจริยธรรม สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ..
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2547). พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547. กรุงเทพฯ: สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2553). หลักจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีตามข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์.
อังคณา นุตยกุล (2548). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของผู้ทำบัญชี ในการปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทย สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัย มสด สาขามนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์, 1(1), 65-77.
Adams, J. S. (1965). Inequity in social exchange. In L. Berkowitz (Ed.), Advances in experimental social psychology. New York: Academic Press.
Browne, M., & Cudeck, R. (1993). Alternative ways of assessing model fit. In K. A. Bollen, J. S.
Ling (Eds.). Testing structural equation models. Beverly Hill, CA: Sage.
Byrne, B. (2001). Structural equation modeling with AMOS: Basic concept, application, and programming. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associate.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Hambleton, R.K. (1984). Validating the test scores. In R. A. Berk. (Ed). A guide to criterion-referenced test construction. (199–223). Baltimore and London: The Johns Hopkins University Press.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. (1959). The Motivation to Work. New York: John Wiley & Sons.
Kline, R. (2005). Principle and practice of structural equation modeling. New York: The Guilford Press.
Kohlberg, L. (1964). Development of Moral Character and Moral Ideology. In M.L. Hoffman & L.W. Hoffman (Eds), Review of Child Development Research. Vol.1.Hartord, C.T. : Connecticut Printer.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and Personality. New York: Harper and Row Publishers.
Mayo, Elton. (1954). The Human Problems of an Industrial Civilization. Boston: Harvard University.
McClelland D.C. (1961). Human Motivation. New York: Cambridge University Press.
Millet, J. D. (1954). Management in the Public Service. New York: McGraw-Hill.
Schumacker, R., & Lomax, R. (2004). A beginner's guide to structural equation modeling. (2nd ed.). New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates Publishers.
Seng, P. M. (1994). The Fifth Discipline Field Book: Strategies and Tools for Building a Learning Organization. London: Nicholas Brealey.
Stevens, J. (1996). Applied Multivariate Statistics for the Social Sciences. 3rd ed. Mahwah, New Jersey: Lawrence Erlbaum Associate, Inc.
Vroom, V. H. (1964). Work and motivation. New York: John Wiley & Sons.
Published
2020-02-25