การศึกษาการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก

  • อ้อมธจิต แป้นศรี
  • ณัฐวัฒน์ ด้วงฉุน
  • ทวีสิน อำนวยพันธ์วิไล
  • วุฒินันทน์ น้อยหัวหาด
Keywords: การรู้เท่าทัน สื่อสังคมออนไลน์

Abstract

การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก 2) ศึกษาระดับการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาครุศาสตร์ อุตสาหกรรมบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก 3) ศึกษาปัจจัยที่ทำให้รู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษา ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประชากรที่ใช้ เป็นนักศึกษาครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิตชั้นปีที่ 4 แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นเชิงปริมาณ จำนวน 63 คน และเชิงคุณภาพ 8 คนตามลำดับ เครื่องมือที่ใช้แบบสอบถาม โดยสร้างเป็นแบบสอบถามออนไลน์ การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) การสัมภาษณ์

ผลการวิจัยพบว่า 1). พฤติกรรมการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดคือ Facebook รองลงมาคือ Line และ YouTube กลุ่มสถานที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดคือ ที่หอพัก รองลงมาคือ ที่บ้าน และที่มหาวิทยาลัย โดยใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด ระยะเวลาในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อวันมากที่สุดคือ 3 ชั่วโมง โดยใช้มากที่สุดในช่วงเวลา 20.01 – 22.00 น. รองลงมา คือช่วงเวลา 18.01 – 20.00 น. กลุ่มใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้การสมัครแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตแบบรายเดือนมากที่สุด 2) ระดับการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ ใน 3 ด้าน ดังนี้ 2.1 ด้านการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าส่วนใหญ่ใช้พูดคุย แบ่งปันความรู้ สาเหตุที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเพราะใช้งานได้รวดเร็วไม่เสียเวลานาน การใช้ประโยชน์ในเรื่องของการแบ่งปันสิ่งที่ชอบ การใช้รูปจริงในสื่อสังคมออนไลน์ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากที่สุดคือ ชื่อเล่น และชื่อจริง เนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์สนใจคือ เรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่เจาะจง 2.2 ด้านการเข้าใจ พบว่าส่วนใหญ่ทราบการกระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเรื่องของการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลที่ผิดกฎหมายมากที่สุด และ 2.3 ด้านการสร้างสรรค์ พบว่า การเลือกส่งต่อหรือเผยแพร่ข่าวสารที่รับรู้มาโดยเลือกส่งเป็นบางข่าวมากที่สุด 3) ปัจจัยที่ทำให้รู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ มีองค์ประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ 3.1 การป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงในสื่อสังคมออนไลน์โดยอาศัยประสบการณ์ของผู้อื่นทั้งจากโลกของความเป็นจริง และโลกออนไลน์ 3.2 การไม่หลงเชื่อต่อแสวงหาผลประโยชน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยใช้วิธีการวิเคราะห์สื่อ 3.3 การป้องกันการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในระยะเวลานานเกินไป โดยการเลือกใช้เฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญ จำเป็น และทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และ 3.4 การใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์โดยพิจารณาถึงข้อดีต่อตนเองและต่อผู้อื่น และความประหยัดคุ้มค่าจากความเป็นจริง

References

พิชิต วิจิตรบุญยรักษ์. (2559). สื่อสังคมออนไลน์: สื่อแห่งอนาคต Social Media: Future Media. สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2559, จาก http://www.bu.ac.th/knowled gecenter/executive_journal/oct_dec_11/pdf/aw016.pdf
นวรินทร์ ตาก้อนทอง. (ม.ป.ป.). จิตสาธารณะ : คุณลักษณะของเด็กไทยที่พึงประสงค์ . สืบค้น เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559, จาก http://learners.in.th/blog/krujo2007/390763
มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย. (2557). คู่มือการอบรมพัฒนาศักยภาพครูแกนนำ โครงการ พัฒนาศักภาพครูแกนนำในการใช้ ICT อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ รู้เท่าทันสื่อและ สารสนเทศ. เอกสารประกอบการอบรม.
สุพาพร เทพยสุวรรณ. (2558). วิธีแก้ปัญหาลูกติด “สื่อเทคโนโลยี”. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2559, จาก http://www.thaihealth.or.th/Content/28422-

konsilaat. (2557). เยาวชนไทย กับ สื่อออนไลน์ รู้เท่าทัน ก่อนสายเกินไป. สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2559 จากhttp://www.oknation.net/blog /wut2013 /2014/06 /27/entry-1
Kolb, D.A., Rubin, I.M. & Osliand, J. (1991). Organization behavior reader. Englewood Cliffs, NJ:Practice-Hall.
We Are Social. (2017). Digital in 2016. Retrieved November 20, 2016, from http://www.9tana.com/node/thailand-social-stat-2016/
Published
2020-02-25